ดูแลริมฝีปากไม่ให้แห้งแตก ด้วยสูตรธรรมชาติ

ผิวหนังบาง ๆ ส่วนริมฝีปากของเรานั้นดูพร้อมจะแห้งแตกและลอกเป็นขุยได้ทุกเมื่อหากการการบำรุงอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นในหน้าหนาวที่ลมพัดแรง หน้าร้อนที่แดดแรงจ้า หรือว่าในห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้งความชื้นต่ำ ทั้งยังการหายใจทางปากก็พาความชุ่มชื้นออกจากผิวหนังที่บอบบางนี้ได้ง่าย ๆ แถมยิ่งปากแห้งก็ยิ่งชอบแลบลิ้นเลีย ซึ่งไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ

เห็นอย่างนี้แล้วเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงเรียวปากมากเข้าไปใหญ่ แต่การจะหาผลิตภัณฑ์ใด ๆ มาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังส่วนนี้ ก็ขอให้ท่องขึ้นใจเอาไว้ก่อนว่า ทุกสิ่งอย่างที่คุณทาลงไปที่ริมฝีปากนั้น  คุณย่อมกินมันลงไปด้วยแน่นอน เพราะปากและลิ้นนั้นอยู่ใกล้กันเหลือเกิน ฉะนั้นสิ่งที่จะนำมาบำรุงริมฝีปากจึงควรเป็นสารที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด

1. เลี่ยงการใช้ปิโตรเลียมเจล

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นปิโตรเลียม สารซึ่งได้มาจากน้ำมันดิบ คุณคงไม่อยากกินน้ำมันนี้ลงไปหรอกจริงไหม และแม้หลายสำนักความงามจะแนะนำให้ใช้มันในการรักษาความชุ่มชื้นแก่เรีรยวปาก ความจริงแล้วปิโตรเลียมเจลแค่เคลือบผิวชั้นนอกเท่านั้น ไม่ได้ซึมซาบลงไปบำรุงถึงชั้นในเลย แถมยังทำให้เสี่ยงต่อการอุดตันและเกิดสิวที่บริเวณรอบ ๆ ริมฝีปากอีกด้วย

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร่างกายที่ขาดน้ำนอกจากทำให้รู้สึกไม่สดชื่นแล้ว ผิวพรรณก็ยังดูคล้ำ เช่นเดียวกับริมฝีปากที่แห้งแตกไปตามกัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ให้ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อหนึ่งวัน รวมทั้งรับประทานผลไม้เสริมด้วย เพราะผลไม้นั้นมีความชุ่มชื้นและอุ้มน้ำอยู่ในตัว เมื่อกินเข้าไปจึงทำให้ร่างกายสดชื่นชุ่มฉ่ำออกมาจากภายในนั่นเอง

3. เลี่ยงการใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของฟีนอล ลาโนลิน และพาราเบน

สารที่ผสมลงในลิปบาล์มเพื่อทำให้ริมฝีปากดูชุ่มช้น มันเงา อย่างฟีนอล ลาโนลิน และพาราเบน (phenol, lanolin และ parabens) รวมถึงสารแต่งกลิ่นแต่สีอื่น ๆ ไม่เว้นแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีสารสกัดจากธรรมชาติ เพราะมันก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางราย หากคุณเป็นคนค่อนข้างมีผิวที่บอบบางให้เลี่ยงจากลิปบาล์มที่มีส่วนประกอบของสารเหล่านี้เป็นดีที่สุด แม้มันจะให้ความชุ่มชื้น อิ่มเอิบ แต่อาการแพ้กลับทำให้ภายชั้นในแห้ง และแตกลอกออกมาได้ในที่สุด

4. กลับสู่สูตรธรรมชาติด้วยน้ำมันมะพร้าว

ผลผลิตที่ได้จากธรรมชาติ 100% อย่างน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการบำรุงริมฝีปากแบบปราศจากเคมี มันให้ความชุ่มชื้นได้ ทั้งยังไม่ต้องกลัวอันตรายสะสมหากเผลอกลืนลงไปด้วย อย่างไรก็ามให้เลือกใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถพกใส่กระปุกหรือตลับเล็ก ๆ ไปเพื่อใช้ในระหว่างวัน โดยน้ำมันมะพร้าวจะอยู่ในสภาพหนืดข้นเป็นของกึ่งแข็งในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา หากสามารถรักษาอุณหภูมิไว้เช่นนี้ได้ ก็จะได้ผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากที่ทาง่าย ให้ความชุ่มชื้นได้นาน และปลอดภัยหายห่วง

ได้สูตรบำรุงริมฝีปากด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแท้ ๆ แบบนี้แล้ว อย่าลืมไปลองใช้กันดูนะคะ แต่สำหรับท่าไหนที่มีอาการแตกแห้งของริมฝีปากมากจนไม่สามารถเยียวยาได้ด้สนน้ำมันมะพร้าว ก็ขอให้ไปพบแพทย์ผิวหนังหาทางบำรุงดูแลที่เหมาะสมต่อไปค่ะ

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

สูตรเกมส์ Melty Blood Act Cadenza

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
EC878530 1438F970

1P Life infinite/ Magic Circuit max จอย 1 พลังชีวิตไม่ลด พลังเวทมนต์เต็ม
1CB0C224 1456FD0D
1CB0C528 1456FD0D
1CB0C21C 14563AD5

Unlock Special Mode 100% ปลดล็อคโหมดพิเศษ
7CBEBEE8 144FE7A6
3C9A8333 1456E7A5
7CBEC158 144FE7A6
3C9A8333 1456E7A5
4CBEC120 1456E7A6
4CBEC028 1456E7A6

ที่มาจาก : game.sanook.com

สุตรเกมส์ Dragon Ball Z Sparking Neo (J)

สูตรโกงเกมสำหรับ AR2 / Xterminater

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
EC878560 1456E79B
หรือ
EC878560 14252790

P1 Life Max จอย1 ค่าพลังชีวิตเต็มตลอด
1D143E70 1455EF25

Max Ki ค่าพลังในการปล่อยพลังเต็มตลอด
1CB3315C 389408B5
1D143E7C 14556945

All Characters ปลดล็อคตัวละครครบหมด
7CC92DD4 147AE7A6
3C988329 1456E7A5
7CC92F64 147AE7A6
3C988329 1456E7A5

Infinite Sparking Mode ใช้โหมด Sparking ได้ไม่จำกัด
1D143E7C 14556945
1D143E84 144C8185
1D143E8C 14563AD5

Zeni 999999 เงินเต็ม
1CC92F24 14BE598C

All Z Items 999 มี Z Item ครบและอย่างละ 999 ชิ้น
1CB33FDC 2055E404
1CB4958C 2835E7A8
1CB49590 B095E7A5
1CB49594 3ACAE7A6

Have 7 Dragon balls มีดรากอนบอลครบ 7 ลูกตลอด
7CC92AA8 1457E7A6
3C988329 1456E7A5

ที่มาจาก : game.sanook.com

สูตรเกมส์ Final Fantasy XII (US)

สูตรโกงเกมสำหรับ Code Breaker / Raw / Xploder / Xterminater

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
F04497a0 0000000E

Max Gil ขายของแล้วเงินเต็ม
20323D1C 1000000A

LP 999 ได้ LP ครั้งละ 999 ต่อศัตรู 1 ตัว
202EC6BC 00000000

1 item sold Item 98 ขายไอเทมชิ้นนั้นแล้วจะเพิ่มเป็น 98 ชิ้น
202F0048 24060062

Infinity HP เลือดไม่ลด
2030C108 00000000
2030C110 AE620048

Infinity MP เวทมนต์ไม่ลด
2030C154 00000000
2030C170 86620028
2030C174 A662004C
2030C180 AE020028

Chocobo Time 999 ขี่โชโกโบะได้ตลอด
203018d0 3C01461C

LV 99 ฆ่าศัตรูแล้ว LV 99
202EC6E8 00000000

Action Gauge Full โจมตีได้เรื่อยๆ
2030C6C4 AEB5070C
2030C6C8 AE150030

ที่มาจาก : game.sanook.com

สูตรเกมส์The Fast and The Furious:TokyoDrift

สูตรโกงเกมสำหรับ AR2 / Xterminater

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
ECAB1DF0 14224DE0

Infinite NOS ค่า NOS ไม่ลด
1CBF081C 1456E7A5

Infinite Cash เงินไม่ลด
4CCB2F58 1456B00C

Have All Boss Cars Unlocked ปลดล็อครถของบอส
3CCB2F20 1456E7B5

Have All Crew Members Defeated กำจัดพวกสมาชิกหัวโจกได้ครบ
3CCB2F21 1456E775

Have All Film Cars Unlocked ปลดล็อครถในหนังทั้งหมด
1C83BD6C B094E799

สูตรโกงเกมสำหรับ Code Breaker / Raw / Xploder / Xterminater

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
F03C9AC8 003C9ACB

Infinite NOS ค่า NOS ไม่ลด
202887F4 00000000

Infinite Cash เงินไม่ลด
105CAC30 0000FFFF

Have All Boss Cars Unlocked ปลดล็อครถของบอส
005CACF8 00000010

Have All Crew Members Defeated กำจัดพวกสมาชิกหัวโจกได้ครบ
005CACF9 00000050

Have All Film Cars Unlocked ปลดล็อครถในหนังทั้งหมด
20143A44 AC42000C

ที่มาจาก  : game.sanook.com

MHP3 อัพเดต Doboruberuku

Doboruberuku มังกรหางค้อน
Doboruberuku มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ประเภท Brute Wyvern เป็นมอนสเตอร์ตัวใหม่ ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใน Monster Hunter Portable 3rd เป็นครั้งแรก อาวุธเด็ดของมันอยู่ที่สองเขาแหลมคม ที่ลักษณะเหมือนเขาควาย และหางขนาดใหญ่ที่มีปลายเป็นลูกตุ้มขนาดใหญ่เหมือนค้อน

ท่า โจมตีต่างๆของมันจะเน้นการใช้เขาและหางเป็นส่วนใหญ่ โดยจะโจมตีด้วยท่าเขาหวิดลงพืน ท่าพุ่งชน และท่ากระโดดทับ ส่วนหางนั้นจะมีท่าหางหมุนรอบตัว ท่าหางฟาดด้านข้าง และท่าที่แรงที่สุดคือท่าหางฟาดพื้น ที่มันจะกระโดดขึ้นและใช้หางฟาดพื้นอย่างแรง ทำให้แผ่นดินสะเทือนด้วย

แต่ในเวลาปกติที่ยังไม่เจอนักล่า มันจะแอบซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน โดยที่จะมีหลังที่เหมือนก้อนหินของมันโผล่ขึ้นมาเท่านั้น

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ซื้อของฝาก ชิมกุ้งแม่น้ำสุดแซบ!!

หากมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเมือง มรดกโลก ใกล้กรุงเทพฯ อย่าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ว หากไำม่รีบร้อนไปไหน ขากลับให้ลองขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรตรงไปทางฝั่งตะวันออกของเกาะเมือง แล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงถนนสายเอเชีย เส้นทางหลวงหมายเลข 32 ไม่ไกลนักจะมีป้ายบอกที่ตั้งของ ตลาดกลางเพื่อการเกษตร แหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของอยุธยาแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมีดอรัญญิกแท้จากอำเภอพระนครหลวง ปลาร้า ปลาแห้ง และผลไม้กวนหลากหลายชนิด ให้คุณได้แวะอุดหนุนเป็นของฝากอย่างเพลิดเพลินนอกจากนี้หากใครจะแวะกินอาหารเย็น ใน ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ก็มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้ลิ้มลองอยู่หลายเจ้า โดยเฉพาะเมนูเด็ดที่ขึ้นชื่ออย่าง กุ้งแม่น้ำเผา ปลาเผา ที่มีวางขายเรียงรายตั้งแต่ปากทางเข้าตลาดไปจนถึงท้ายตลาด ชอบเจ้าไหนก็เลือกได้ตามความชอบ

ทริปนี้หากใครมาเที่ยวเมืองกรุงเก่า แล้วอยากชิมกุ้งแม่น้ำเผารสเด็ดกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ในราคาเป็นกันเอง แวะมาได้ที่ ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ทุกวัน

เรื่องและภาพ: ธนปกรณ์ สุขสาลี

งานประเพณีสะรีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ 2555

งานประเพณีสะรีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12- 15 เมษายน 2555 สถานที่จัดงานบริเวณทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยจะมีกิจกรรมการจัดขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ขี่รถถีบกาลางจ้อง รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ขนทรายเข้าวัด การแสดงพื้นเมือง การสาธิตศิลปะพื้นบ้าน การเล่นน้ำสงกรานต์ปีใหม่เมืองรอบคูเมือง และถนนวัฒนธรรมคนเมืองอาหารนานาชาติ

          ทั้งนี้ สำหรับ “วันสงกรานต์” คนเหนือมักจะเรียกวันสงกรานต์ว่า ”ปี๋ใหม่เมือง” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวล้านนา เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ มักจะตรงกับวันที่ 13 หรือ 14 เมษายน ของทุกปี

           วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า “วันสังขารล่อง” โดยมีตำนานกล่าวว่า เช้ามืดของวันนี้ปู่สังขาน ย่าสังขาน จะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีแดง สยายผมล่องแพไปตามลำน้ำ ปู่หรือย่าสังขานนี้ จะนำเอาสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาตามตัวมาด้วย จึงมีการจุดประทัดในตอนเช้า ๆ เพื่อให้เกิดเสียงดังต่าง ๆ นัยว่าเป็นการไล่สังขาน  วันนี้จะมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล และมีการสระผม

           วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า “วันเนา” หรือ “วันเน่า” เป็นวันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี ในตอนบ่ายจะมีการขนทรายเข้าวัด โดยถือว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนในส่วนที่ติดเท้าของตนออกจากวัด จะนำมากองรวมกันเป็นเจดีย์

           วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า ”วันเถลิงศก” แต่คนเหนือมักจะเรียกว่า “วันพญาวัน” มากกว่า วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้า วัดฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย

           วันที่ 16 เมษายน เรียกว่าวัน ”วันปากปี” มักจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่าง ๆ เพื่อขอขมาคารวะ และจะมีการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ห์ สืบชะตา จุดเทียนต่ออายุชะตาภายในบ้าน

          สำหรับการรดน้ำดำหัว คำว่า “ดำหัว” ปกติแปลว่า “สระผม” แต่ในประเพณีสงกรานต์ล้านนา จะหมายถึง การไปแสดงความเคารพ ขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หรือการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ซึ่งของที่ใช้ในการดำหัวส่วนมากมีผ้าขนหนู มะพร้าว กล้วย และ ส้มป่อย โดยเรียกว่า “น้ำขมิ้นส้มป่อย” พร้อมทั้งนำของไปมอบให้ผู้ใหญ่ โดยท่านจะอวยพรแล้วใช้มือจุ่มน้ำขมิ้นส้มป่อยลูบศีรษะให้

 สถานที่เล่นน้ำที่เป็นที่นิยมในเชียงใหม่

          มาเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่ทั้งที ก็ต้องไปเล่นน้ำที่คูเมืองในตัวเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวออกมาเล่นน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่กันมาก คุณสามารถขับรถกระบะบรรทุกน้ำสาดกันได้รอบ ๆ คูเมือง มีการตั้งเวทีกิจกรรมของสินค้ายี่ห้อต่าง ๆ โดยมีการเปิดเพลงเพื่อให้บรรยากาศคึกคักจึงมีนักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำในจุดดังกล่าวมากเป็นพิเศษ

          “คูเมือง” หลายคนอาจไม่รู้จัก นั่นก็คือคลองน้ำที่ขุดไว้รอบ ๆ กำแพงเมืองเก่าของเชียงใหม่ ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมโดยแบ่งเป็นคูเมืองด้านในและคูเมืองด้านนอก ในบริเวณมุมกำแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคนเมืองเรียกว่า “แจ่ง” แต่ละแจ่งมีชื่อเรียก ได้แก่ แจ่งศรีภูมิ, แจ่งหัวลิน (บริเวณถนนห้วยแก้วตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ใกล้กับเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว), แจ่งขะต๊ำ ใกล้ ๆ กับวัดพวกช้าง, แจ่งกู่เฮือง อยู่ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลสวนปรุง

 ตารางเวลาเบื้องต้น

           ขบวนแห่และสรงน้ำ พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำคัญ และนางสงกรานต์ จากสะพานเนาวรัตน์ถึงวัดพระสิงห์

           ขบวนแห่ขนทรายเข้าวัด – ไม้ค้ำสะหลี จากสะพานเหล็กถึงวัดบนถนนท่าแพ
           ขบวนแห่เครื่องสักการะรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จากบริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ถึงจวนผู้ว่าฯ
          อย่างไรก็ตาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-259000 และ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-248604, 053-248607, 053-302500 หรือ songkran.tourismthailand.org
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

เที่ยว ถ้ำพระยานคร ชม พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์

ในวันที่ท้องฟ้าดูแจ่มใส พระอาทิตย์เริ่มทอแสงสีทอง ใครจะรู้บ้างว่า… มีคน ๆ หนึ่งที่อยากออกไปท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติแบบสุด ๆ ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณอยากจะไปท่องเที่ยวที่ไหนสักที่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะแบ่งเวลาว่างจากการทำงานที่เคร่งเครียดแล้วไปเที่ยวต่างจังหวัด (ใช่ๆ) เอาล่ะ!! วันนี้โอกาสดีเราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขอบอกว่าน่าสนใจมากๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเทพฯ เรานี่เอง นั่นคือ… ถ้ำพระยานคร

“ถ้ำพระยานคร” เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากหาดแหลมศาลาประมาณ 500 เมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ไปทางทิศเหนือประมาณ 17 กิโลเมตร ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปที่ถ้ำได้สองทาง คือ ทางเรือ โดยเช่าเรือจากหมู่บ้านบางปู ราคาประมาณ 300 บาทต่อลำ นั่งได้ประมาณ 7 – 8 คน ใช้เวลาเดินทางอ้อมเขาประมาณ 20 นาที (ประหยัดแรงดี) หรือจะเดินเท้าข้ามเขาเทียนที่มีระยะทางประมาณ 530 เมตร (เหนื่อยหน่อย แต่ก็สนุก กินลม ชมวิวเพลิน ๆ กับบรรยากาศแสนดี) เหมาะกับผู้ที่มีพละกำลังเหลือเฟือ

          ฮึบ!!ลังจากข้ามเขามาแล้ว ก็จะมาถึงทางเดินเท้าเพื่อไปขึ้นถ้ำพระยานคร ระหว่างทางมีบ่อน้ำกรุด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู  กว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร เรียกว่า ”บ่อพระยานคร” ตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม

สำหรับทางขึ้นถ้ำนั้นก็ค่อนข้างสะดวก ระยะทางประมาณ 430 เมตร อาจจะดูน้อยๆ แต่พอขึ้นจริงๆ แล้วเหนื่อยเอาการทีเดียว (หอบแฮ่กๆ เลย) แต่ก็มีป้ายเตือนบอกนักท่องเที่ยวว่า ”ท่านผู้มีโรคประจำตัว กรุณาพิจารณาก่อนขึ้น” เพื่อความปลอดภัย ระหว่างเดินเท้าขึ้นถ้ำ จะมีจุดหยุดพักชมวิว (แต่เป็นจุดพักเอาแรงสำหรับพวกเรา อิอิ) จากจุดนี้สามารถชมทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ ได้

ไชโย…!! และแล้วก็ถึงปากถ้ำ หลังจากที่นักผจญภัยเท้าไฟแรงสูงอย่างเราพยายามเดินตะลุยกันมา (55) และสิ่งหนึ่งที่ทำให้หายเหนื่อยก็คือ ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านออกมาทางปากถ้ำ บนเพดานถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้ มองขึ้นไปข้างบน จะเห็นสะพานหินอยู่ทางปากปล่อง เรียกว่า ”สะพานมรณะ”

จากนั้นเราก็จะพบกับจุดเด่นของถ้ำแห่งนี้ นั่นก็คือ ”พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลัง โดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง

ที่กำแพงหินด้านขวามีพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวสะดุดตา อย่างไรก็ตาม พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นับเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันอีกด้วย

การเดินทางเพื่อไปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

รถยนต์ : จากถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ถึงสี่แยกปราณบุรีเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายปราณบุรี – ปากน้ำปราณบุรีประมาณ 8 กิโลเมตร จึงเลี้ยวขวาไปประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านสี่แยกบ้านบางปู ตรงไป 4 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายอีกครั้งไปอีก 5 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หรือ จากถนนเพชรเกษม จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 286 (ใกล้บ้านสำโหรง ก่อนถึงอำเภอกุยบุรี 6 กิโลเมตร) เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

รถโดยสารประจำทาง : ลงรถที่อำเภอปราณบุรี แล้วต่อรถสองแถวสายปราณบุรี – บ้านบางปู จากบ้านบางปูเหมารถสองแถวไปส่งที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

รถไฟ : ขบวนรถไฟธนบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ หรือ ธนบุรี – หลังสวน ลงรถที่สถานีรถไฟสามร้อยยอด ต่อรถสองแถวสายปราณบุรี – บ้านบางปู (ขึ้นรถได้ที่หน้าสถานีรถไฟ) เมื่อถึงบ้านบางปูหารถเช่าไปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โทรศัพท์ 032-603571

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

สังขละบุรี มนต์เสน่ห์เมืองกาญจนบุรี

“กาญจนบุรี” เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ หรือน้ำตก

จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 129 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญสองสายคือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ซึ่งไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา

และวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “สังขละบุรี” หนึ่งในอำเภอยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบเดินทางไปหาความสนุก พักผ่อนอย่างมีความสุขในแบบบรรยากาศที่เย็นสบาย เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามและแสนจะร่มรื่น…

“สังขละบุรี” เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงามได้ ตัวอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกัน อันได้แก่ ห้วยซองกาเลีย ห้วยบิคลี้ และห้วยรันตี รวมเรียกว่า“สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ทั้งนี้ อำเภอสังขละบุรี ถือเป็นอำเภอที่มีชาวมอญมาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้…

       เอาล่ะ ทีนี้ก็ได้เวลาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอำเภอสังขละบุรีกันแล้ว…

 

“สะพานมอญ” อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย สำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรี และฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำห้วยสายต่าง ๆ คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็น “สามประสบ”
“เมืองบาดาล” ในอดีตเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะ ที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีให้ความนับถือเป็นอย่างมาก โดยตัววัดถูกน้ำเข้าท่วมในช่วงที่สร้างเขื่อน ทำให้จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น
“อุทยานแห่งชาติเขาแหลม” ห่างจากตัวเมืองประมาณ 180 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 39 – 40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขาแหลม) เป็นต้น มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯ ร่มรื่น มีห้วยกระเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง

สำหรับ “น้ำตกกระเต็งเจ็ง” อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่างๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาด 13 คนโอบ โดยเฉพาะชั้นที่ 16 นั้น มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ เมื่อขึ้นไปถึงแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่า และมะไฟป่า ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยาน ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีบ้านพักและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้

สำหรับอัตราค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมนั้น ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม (ป้อมปี่) โทร. 0-3453-2099, 0-6131-3443 และที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. 0-2562-0760 วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 18.00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.30 น.

 ”น้ำตกเกริงกระเวีย” ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32 – 33 ใกล้กับน้ำตกไดช่องถ่อง ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ 173 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี สามารถนั่งรถโดยสารสายกาญจนบุรี – สังขละบุรี จากตัวเมืองมาได้ ค่าโดยสาร 90 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

  “น้ำตกไดช่องถ่อง” ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32–33 ก่อนถึงน้ำตกเกริงกระเวียเล็กน้อยจะมีป้ายทางซ้ายมือเข้าไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 500 เมตร และต้องเดินเท้าไปอีก 600 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง สภาพป่าสมบูรณ์ร่มรื่นสวยงามมากในช่วงฤดูฝน

หรือจะเลือกไป “เที่ยวป่าสังขละบุรี” ซึ่งเป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย ต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร.0-3451-1200, 0-251-2500

อย่างไรก็ตาม ที่อำเภอสังขละบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวเจ๋งๆ อีกเพียบ โดยเฉพาะ “ล่องแก่ง” ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับแม่น้ำสายต่างๆ ที่นิยมใช้เล่นล่องแก่ง คือ แม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี้ และแม่น้ำซองกาเลีย

ในส่วนของที่พักที่สังขละบุรี ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทอยู่เรียงรายริมน้ำ ว่ากันว่าที่พัก ”พรไพลิน” จะดูหรูหราที่สุดในขณะนี้ เพราะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน โดยมีห้องพัก 2 แบบ คือ แบบโซนโรงแรม และโซนบังกะโล ภายในห้องมีทีวีพร้อมระเบียงเห็นวิวริมน้ำ หากเข้าทางตลาดสดสังขละบุรีตรงเข้าไปตามป้ายเกือบสุดทาง จะมีกิจกรรมล่องแพ และขี่ช้าง (กิจกรรมเหล่านี้ถูกใจนักท่องเที่ยวนักล่ะ)
การเดินทาง

          จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสองเลนตลอดถึง อ.ไทรโยค ทางถนนพระบรมราชชนนี หรือเพชรเกษม จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้เส้นทางหลวง 323 สู่อำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ แล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0-3451-1778, 0-3151-2399 ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0-3451-2410, 0-3451-4756

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com